| rkbenjii's profileԻдÎաΙԽ KiдtkպдՈkՄԼ's Blo...PhotosBlogLists | Help |
|
August 14 Grüezi aus mein neues Haus!!กระแดะไปงั้นหละ ไม่รู้ว่าถูกป่าว ถ้าถูกจะแปลว่า สวัสดีจากบ้านใหม่ของฉัน (สวัสดีเป็นสวิสเยอรมันด้วย) เบนจะเขียนมาเล่าถึงชีวิต สองวันแรกให้ฟัง ทำไมถึงต้องเขียนลงในเวิร์ด เพราะว่า พี่ชายคนโต Silvio ที่จริงเค้าต่อเนตให้แล้ว แต่ว่า ใช้แลน แล้วมันใช้งานทีสองเครื่องไม่ได้ เมื่อวานมาถึงค้ามาต่อให้มันก็เล่นได้ แต่ว่า เมื่อเช้าเค้าใช้เนต เนตเบนเลยตัด แล้วก็เล่นไม่ได้มาถึงตอนนี้ ตื่นมาซิลวีโอก็หายไปแล้ว พี่ชายคนสุดท้าย โรมาโน ก็ไปนอนค้างคืนกับเพื่อนกับแฟน Isabel บนเขายังไม่ลงมา ใช้ใครช่วยไม่ได้เลย.. ตอนมาถึงเมื่อวานก็เป็นเวลาเช้าๆ มีสตาฟจากวายเอฟยูมารับ แล้วก็ออกมาหาโฮสต์แฟมลี่กัน ของเพื่อนๆคนอื่นเค้ามารอกันอยู่แล้วเพราะว่าเค้ามาสนามบินที่Zürich (อ่านว่า ซือริคค) สะดวก เพราะบ้านใกล้ แล้วของเบนก็มา เห้นหน้าพ่อแล้วจำได้ พ่อชื่อโรมาโนเหมือนกัน กลายเป็น Romano Sr. and Romano Jr. แล้วก็มีพี่โรมาโนกับพี่อีซาเบล มารับ เป็นสี่คนถ้วน ตามมาด้วยโฮสต์ไอปั๋นซึ่งมาเป็นบ้านสุดท้าย มากับน้องชื่อ Jasper บ้านนี้ถือป้ายผ้ามาอันยักษ์ มีธงสวิส แล้วก็เขียนว่า Welcome !! Pun !! น่ารักมั้ยหละ ... ลาเพื่อนๆมา แล้วก็กอดจูบลูบคลำปั่นเพื่อนสนิทมาเป็นพิธีให้รู้ว่า มึงมีกูตกชะตากรรมเดียวกับมึง ก็เดินข้ามมาจากอาคารผู้โดยสารก็เป็นอาคารที่มีร้านรวงต่างๆ ร้านอาหาร มัคคุโดนารุ (แมคโดนัลส์ อ่านแบบ “คงยี่ปุ่ง”) เค้าก็ถามว่าจะกินอะไรมั้ย หิวน้ำมั้ย ก็ตกลงจะเอาโค้กที่ มัคคุโดนารุ แล้วกัน หนึ่งแก้วเล็ก คนขายเหมือนหลุดออกมาจากเผ่าอะไรซักอย่างในอาฟริกา แล้วก็กลับมานั่งกินกัน เห็นโรมาโนกับอิซาเบล กินกาแฟ สตาร์บัคส์ แล้วดีใจจัง มี Caramel Macchiato แก้วโปรด ให้กิน พี่ก็ยื่นPretzel กับ Croissant มาให้กิน แล้วเราก็คุยกัน พี่ชายบอกว่าเค้าพูดจีนเป็น ก็หนีเห่ามา มา เราก็ อา หนีเห่า... แม่บอกว่าเมื่อก่อนเค้าเรียนภาษาอยู่ที่ อังกฤษ เพื่อนคนไทยก็สอนเค้า ให้พูด สบายดีหรือ มา ก็เลยตอบไปว่าสบายดีครับ ฮาครืนเลยทีนี้ ลงมาอีกสองชั้นจากตึกก็เจอสถานีรถไฟ พี่ชาย พ่อ กับอิซาเบล ก็ช่วยกันทุลักทุเลแบกกระเป๋าเดินทางใบเขื่องขึ้นรถไฟ แล้วเราก็บอก Tschüss ส่งพ่อกลับไปทำงาน แม่เล่าถึงเรื่อง Military Service ว่าทุกคนต้องไปรับใช้ชาติ ประมาณอายุ สิบแปดสิบเก้า ต้องไปฝึกทหารเป็นเวลาสามหรือสี่เดือน แต่ให้กลับบ้านได้วันเสาร์อาทิตย์ แล้วก็หลังจากนี้ไปอีกสามปีก็ต้องเข้าไปฝึกอย่างน้อยปีละ สามอาทิตย์ ก่อนที่จะได้เอ่ยปากถาม Rita โฮสต์แม่ว่า ทำไม ไอพี่ชายหัวฟูถึงไม่ต้องไป แม่ก็เฉลยว่า เค้าหลอกว่า เค้าเป็นบ้า บอกว่าอยากฆ่าตัวตาย ทหารเลยบอกว่าไม่ต้องมาฝึก เพราะ มีปัญหาทางจิต (จริงๆแล้วไม่ต้องทำอะไร เค้าก็รู้แล้ว) ฮ่าๆ แม่บอกว่าไม่ต้องนั่งเพราะ ไม่ถึงสิบนาที เราก็ต้องลงมาเปลี่ยนรถไฟที่ Zürich Main Station แม่ก็สอนการดูตารางรถไฟ แล้วก็บอกว่า จากบ้านเราต้องดูสถานี Sargans แล้วก็มาสุดทางที่ Zürich มีรถออกทุกๆชั่วโมง ณ ชานชะลาที่ หก เราก็เดินทางกลับบ้าน โชว์ตั๋วที่แม่ให้ เรียกว่า เก.อา. GA ซึ่งแม่เอาให้เซนต์ชื่อ ทุกคนชมว่าลายมือสวย ... ? บัตรมีรูปตัวเองยิ้มแป้นอยู่ เหมือนถ่ายเมื่อซัก ห้าปีที่แล้ว นั่งรถผ่านทิวทัศน์สวยงาม อย่างที่ทุกคนวาดฝันไว้นั่นแหละ มันสวยมาก ผ่านทะเลสาบZürich แม่บอกว่า เมืองที่เพื่อนป๊ากู๋รู้จักก็แค่ สิบนาที ออกมาจาก Zürich อยู่ริมทะเลสาบ เจ๋ง... อากาศข้างนอกครึ้มๆ เทาๆ น้ำปริ่ม เพราะว่า ฝนตก แล้วก็มีน้ำท่วมจริงอย่างที่เห็นในข่าว แต่อยู่ทางตอนกลางๆประเทศ ที่เป็น ที่ราบ โรมาโนพยายามอ่านชื่อกับนามสกุล แต่อ่านไม่ออก เลยพูดให้ฟังรอบนึง ขำกันใหญ่เลย เพราะว่า พยายามเท่าไหร่ก็พูดไม่ได้ ลงรถไฟมาก็ลากกระเป๋ามาขึ้นรถโฟล์กสีแดง มีท้ายกว้างๆ คล้ายๆซีอาร์วีขนาดย่อม แม่ขับรถกลับถึงบ้าน Tada……..!! นี่งัยบ้านในฝันของทุกคน ท่ามกลางหุบเขาที่มียอดสูงชะลูด Swiss Chalet หลังเล็กตั้งอยู่ที่สุดปลายถนน Neugutsstraβe หรือ Neugutstrasse ในภาษาสวิส อ่านว่า นอยกุด-ชตราสเซอะ เลขที่ หก เป็นบ้านเล่นระดับ มีชั้นใต้ดินที่พี่นอน แล้วก็มีห้องหับต่างๆ ห้องครัวเล็กๆที่มีเครื่องล้างจาน ทำให้แบ่งเบาภาระไปได้เยอะ ห้องซักรีด ห้องทำงานของแม่ ห้องนั่งเล่น ชานบ้านที่มีเปลญวน หันออกไปเจอภูเขาที่มีบ้านคนหลังเล็กหลังน้อย ห้องนอนเบนเป็นห้องนอนของ Christina พี่สาวคนโต ซึ่งตอนนี้ย้ายไปอยู่แฟลตที่ Wintertür ถ้าสะกดไม่ผิด ขึ้นมาจัดของ ซิลวีโอ ก็มาต่อเนตให้ ช่วยแม่เก็บ Bromberries เก็บไปกินไปสนุกสนาน ได้เล่นเอมเอสเอนเปิดเวปแคมโชว์หม่าม๊า พี่ชายวนออกไปซื้อของ ได้ซิมการ์ดกลับมา ในราคา สิบเก้ากับเศษๆสวิสฟรังค์ กับ อะแดปเตอร์ ราคาแพงหูฉี่ ยี่สิบเก้าจุดเก้าศูนย์ Philip เพื่อนสนิทโรมาโน ที่มาถึงบ้านแล้วทำหน้างงๆใส่เพราะว่า โรมาโนเก็บเบนไว้เป็นเซอร์ไพรซ์ เป็นคนขับรถออกไปซื้อของ ซิ่งขึ้นเขาลงเขา หักซ้ายขวาไม่มีแตะเบรกเลย หัวใจจะวาย กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย พี่ชายกับแฟนก็ออกไปนอนอยู่ในกระท่อมบนเขากับเพื่อนๆ ขึ้นมาชวน แต่เหนื่อยเลยไม่ได้ไป ไม่นานแม่ก็เรียกลงไปกิน สลัดมะเขือเทศ ใส่ใบสมุนไพรที่เรียกว่า Basilikum บาซิลิคุม กับไข่ต้มสับ เทน้ำมันมะกอก กับน้ำส้มสายชูของฝรั่ง สีดำๆ ลงไป ใส่เกลือเล็กน้อย ก็กินได้แล้ว อร่อยมากด้วย กินกับขนมปังและชีส Appenzeller อัพเพนเซลเลอร์ คิดว่าสลัดอย่างเดียวจะเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ดีเลย ,,ชีสที่ทุกคนคงบอกว่าเหม็น แต่พวกเราที่นี่ชอบมาก กินเป็นแผ่นบางๆเปล่าๆแกล้มขนมปัง เจ๋งเลย ทุกคนตื่นเต้นว่าทำไมชอบกินชีส คนเอเชียไม่ชอบชีสไม่ใช่เหรอ? อันนี้ โรมาโนถามมาสองวันยังไม่หายข้องใจ สามทุ่มกว่าๆ ฟ้าเพิ่งจะมืด แม่ก็ชวนกิน บรอมเบอรี่ ของโปรด จิ้มกับซอสวานิลลา ผสมกับครีมเอามาตีๆ ให้เป็นวิปครีม แล้วเอามาตะล่อมกับซอส อร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียวเชียว คุยการบ้านการเมืองกับโฮสต์พ่อแม่ แล้วเราก็แยกย้ายเข้านอน แม่บอกว่า อย่าตื่นเช้าเพราะเค้าจะตื่นสายวันอาทิตย์ แล้วยิ่งเมื่อเช้าเค้าต้องตื่นมารับอีก ให้นอนให้พอเลย เพราะว่าเค้ารู้ว่าบนเครื่องไม่ได้นอน แขนเพื่อนไม่เป็นเละๆเหมือนของม๊า ฮ่าๆ ขึ้นมาบนห้องก็จัดห้องครั้งสุดท้าย มีหลังตู้เป็นชั้นวางพระที่ม๊ากับเพื่อนให้มาด้วย ฮ่าๆ ธรรมะธรรมโม ใช้ได้เลย แล้วก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ เก้าโมง...
ตื่นมาตอน แปดโมงกว่า แล้วก็นอนต่อถึงเก้าโมงเพราะ นาฬิกาปลุก กว่าจะตื่นจริงๆได้ก็ เที่ยงแล้ว ก็คนมันไม่ได้นอนเลยยี่สิบสี่ชั่วโมง จะให้ทำงัย อาบน้ำ แม่ใจดี เพราะว่า ไม่ต้องให้ทำงานบ้านอะไรเลย นอกจากช่วยคนในบ้านเก็บจานเข้าเครื่องล้างเท่านั้น ลงมากินกาแฟไปหนึ่งแก้ว แล้วแม่ก็พาไปเยี่ยมคุณยาย ข้ามเขาเป็นลูกๆ ทางเหมือนเราขับขึ้นดอย วันนี้พ่อขับไปกันสามคน พ่อแม่กับลูกหัวดำหนึ่งคน เพราะ ซิลวีโอไปเล่น พาราไกลดิ้ง บนเขาแต่เช้า แล้วโรมาโนยังไม่กลับ ผ่านเมือง Pfäfers (อ่านว่า เฟเฟอร์ส์) ข้ามภูเขามา จนถึงเมือง Vättis (เฟตติส) ที่คุณยายอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผ่านแม่น้ำ เขื่อน ป่าไม้ หุบเขา ใช้เวลาประมาณ ยี่สิบนาทีหรือครึ่งชั่วโมง ก็ถึง บ้านคุณยายเป็นบ้านที่มีที่ให้ไก่อยู่เกิน ยี่สิบตัว แม่บอกว่า ไข่ที่บ้านก็เอามาจากคุณยายนี่หละ แม่พาเดินรอบบ้าน หยิบลูกแพร์กิน คุยกันนิดหน่อย แล้วเราก็กลับบ้าน วันนี้อากาศร้อน พ่อก็พามาซื้อเนื้อที่เรียกว่า Kotelet คอทเล็ท เป็นเนื้อติดกระดูกเอามาย่างกินกัน วันนี้ทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะ คริสตินากลับมาเยี่ยมบ้าน เค้าบอกว่าเค้าไม่ชอบเบนเพราะว่าเค้าไม่ได้ของฝาก เลยขึ้นมาเอาของฝากให้ ตอนนี้หละ สนิทกันเลย กินคอทเล็ตย่างกับข้าวฝรั่งที่ใช้ทำรีซอตโต้ ตบท้ายด้วยสลัดผัก แม่บอกให้ลองพูดคำสวิสยากๆคำนึงที่คนสวิสจะให้คนต่างชาติพูด แม่บอกว่า แม้แต่คนเยอรมันบางคนยังพูดไม่ได้เลย คำว่า Küche Köesli ไม่รู้ว่าเขียนถูกมั้ย แต่พูดถูก ทำเซอร์ไพรซ์เค้าไปอีกหนึ่งอย่าง ซิลวีโอที่กำลังจะไปอเมริกา แต่พูดภาษาอังกฤษไม่เป็น ก็ได้พิสูจน์ตัวเองจริงๆแล้วว่า มันพูดไม่เป็นจริงๆ เค้าบอกว่า I am very tired. แต่ออกเสียงว่า Tee-red เบนกับโรมาโนได้ทีก็แซวทีเรดไม่เลิก โรมาโนกับฟิลิปชวนเล่นเกมผ่านสายแลน ก็เล่นกับฟิลิป เล่นเกมมือนึงก็เปิดดิกชันารีเยอรมัน เพราะเกมเป็นภาษาเยอรมัน โรมาโนไปช่วยอิซาเบลทำเค้กบรอมเบอรี่ กินกับครีม วันนี้โรมาโรเอารูปที่เค้าไปเที่ยวสก็อตแลนด์มาอวด เป็นประเทศที่สวยมากเลยทีเดียว เราทุกคนนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ๆในห้องโรมาโนแล้วเราก็นั่งดูรูปที่โรมาโนเปิด แล้วเราก็แซวกัน ฮาครืน เบนก็โชว์รูปเหมือนกัน ที่เราไปเที่ยวกันตั้งแต่ ตุลาที่แล้ว ที่ออสเตรียกับโครเอเชีย แล้วก็ญี่ปุ่น แล้วก็กุ้ยหลิน แล้วก็โชว์รูปเพื่อนๆ แล้วก็ที่วัดพระแก้วที่ไปมา แล้วเราก็กลับมาที่ห้องซิลวีโอ โรมาโนให้เบนสอนพูดคำหยาบภาษาไทย แล้วก็ดูหนังเรื่อง Four Rooms เป็นหนังตลก แอบโรคจิตหน่อยๆ แล้วก็กลับมาห้องนอน มาเขียนเรื่องนี่หละ ดึกแล้ว ฝันดีนะทุกคนJ เช้านี้ตื่นมาตอน เก้าโมงสิบห้า ลงมากินกาแฟ เห็นแต่พ่อกำลังล้างชามสลัดอยู่ พ่อหันมาถามว่าจะกินอะไรดี (ซึ่งทุกครั้งไม่พ่อก็แม่จะถมแล้วก็ทำให้ แล้วก็ถามว่า ชัวร์เหรอ แค่นี้เหรอ กลัวเราเกลงใจเค้า) ก็ซดกาแฟดำไปหนึ่งแก้ว เพราะบ้านนี้ไม่ชอบกินนม ยกเว้นซิลวีโอ มนุษย์แปลกประหลาดประจำบ้าน เวลาทุกคนพูดถึงซิลวีโอ จะพูดออกมาคำเดียวเลยว่า He’s freak. แล้วก็จะมีคนเสริมว่า Also crazy. แล้วก็จะมีคนสรุปว่าเค้าเป็น A Crazy Freak. หรือ He’s freaking Crazy ! งัยหละ บ้านนี้ เห็นบ้านเงียบๆ ไม่กล้าถามถึงคนอื่น กลัวเราตื่นสายคนอื่นเลยออกไปข้างนอกหมดแล้ว ฮ่าๆ พ่อกำลังต่อสู้อยู่กับที่สไลซ์ชีส ช่วยกันทำไปสองคน ลูกหัวดำ กับพ่อ (ก็หัวดำ) นิ้วพ่อเลือดไหลเลย ... ทำเสร็จ พ่อเลยบอกว่าทุกคนยังหลับอยู่เลย เห็นมั้ยว่า ชีวิตที่นี่ไม่รีบ พ่อตื่นเช้าคนเดียวในบ้าน แม่บอก จะส่งเมลล์หละ !!! รออ่านฉบับต่อไป ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๐ ๑๐.๒๑น. นี่กลับมาต่อแล้ว ยังไม่ได้ส่งซักที ช่วยพ่อเสร็จ แม่ก็ขับรถพาเบนออกไปกับคริสตินา ไปที่ Rathaus หรือเป็น ที่ทำการเขต อำเภออะไรประมาณนี้ ไปแจ้งว่า เราอยู่ที่นี่ แล้วเราก็กลับมาบ้านมารับ โรมาโนกับแฟน ไปช็อปปิ้งกัน ที่ Pizol Park พิโซลพาร์ค ซื้อของมาทำแกงเขียวหวาน เพราะ คริสติน่าชอบ แล้วก็ซื้อชอกโกแลตมา ๒ แผง แล้วก็ ซื้อกระเป๋าเป้มา ๑ ใบในราคา ๑๕ ฟรังค์ สุดท้าย เตรียมเงินเพื่อจะมาจ่ายทั้งหมด พี่ไม่ยอมให้จ่าย บอกจ่ายแค่ กระเป๋าพอ ลงมาลองสอดบัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรดู ก็ใช้ได้ แต่คิดว่าจะต้องหักค่าบริการไปเยอะเลยทีเดียว มีเหลืออยู่อีกไม่ถึง พัน ฮ่าๆ แล้วอิซาเบลก็ซื้อโค้กมาเลี้ยง ๑ขวด แกะกินกันแล้วเราก็เอาของกลับมาบ้าน ไม่นานเราก็ต้องออกจากบ้านมาอีกแล้ว เพราะว่า อิซาเบล จะไปดูที่ทำงานใหม่ที่ Liechtenstein เมืองชื่อ Rugell รูเกลล์ นั่งรถบัสมา ๒ต่อ รถไฟ ๑ต่อ แล้วก็รถบัสอีกสองทอดสั้นๆก็ถึง แวะซื้อโปสการ์ดเขียนถึงบ้าน เพราะว่า แสตมป์และตราประทับของที่นี่เป็นที่ต้องการมาก ทุกอย่างในประเทศลิคเตนสไตน์ จะใช้ร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีเงินเป็นของตัวเอง แต่ว่า มีแสตมป์ กับตราประทับ ก็ซื้อแล้วเราก็ส่ง ไปให้อย่างดี มีลายเซ็นโรมาโนกับอิซาเบล เป็นพยานในการเดินทางครั้งนี้ของเรา ๓ ทหารเสือ แล้วเราก็นั่งรถเข้ามาเที่ยวใน Vaduz ฟาดูซ เมืองหลวงของประเทศ มีปราสาทของเจ้าครองนคร ที่เรียกว่า Fürz อยู่บนเขาสวยงาม ข้างล่างเป็นถนนคนเดิน เหมือนตามเมืองท่องเที่ยวในยุโรปทั่วไป มีจุดเด่นคือ Kuntmuseum Vaduz หรือ Art Museum of Vaduz เป็นสถานที่ชื่อดัง ของที่ตั้งเรียงรายขายอยู่ล้วนแต่เป็นของสวิส แม้แต่โปสการ์ด มีด Vitorynox ข้าวของต่างๆ ของฝาก ของที่ระลึกก็เป็นของสวิตเซอร์แลนด์ แล้วเราก็เดินกลับลงมาจากเนินเขาที่เป็นตัว Downtown ของลิคเตนสไตน์ กลับลงมาต่อรถไปประมาณ ๓ ต่อก็ถึงบ้าน กลับมาก็ออกไปเด็ด ต้นหอมมาเผื่อจะใช้ใส่อะไร ทักทายกระต่ายยักษ์ Fabiola อายุ ๘ ขวบ สัตว์เลี้ยงตัวเดียวในบ้าน แม่บอกว่า เมื่อก่อนนี้ ที่บ้านมีกระต่ายเป็นสิบยี่สิบตัว แต่ตอนนี้ตายหมดแล้ว เหลือก็แต่เจ้าอ้วนนี่หละ ก็ขึ้นมาทำแกงเขียวหวานไก่ กับขนมปังหน้าเนื้อสับทอดกรอบ มีแฟนติดตรึมเลย แต่หุงข้าวโดยไม่ใช้หม้อหุงข้าวไม่เป็น หม้อแรกเลยไหม้ๆ คนที่บ้านบอกว่า ไม่เป็นไร we don’t care. ก็โล่งอก แต่หม้อที่สองออกมาดีเยี่ยม ตอนนี้รู้แล้วว่าต้องทำงัย กะน้ำถูกแล้ว ฮ่าๆ คิดว่า แกงทำออกมาก็อร่อยกว่าที่คาดไว้มาก เพราะว่า คิดว่ามันต้องออกมาแย่แน่ๆ แต่ เสียไป ๑๐ ฟรังค์ เพื่อใบมะกรูด หรืออะไรๆ ที่มันหาไม่ได้ เพื่ออาหารมื้อใหญ่เลี้ยงคน ๗ คนก็คุ้มหละ วันนี้มีแฟนคริสติน่ามา ชื่อ Fabian ไม่รู้สะกดยังงัย ฟาบีอาน อ่านฟาเบียน ก็ดูแย่ไป พ่อกินไปก็ออกปากชมเปาะว่า Superrrr กระดกลิ้นตามสำเนียงที่นี่ ฮ่าๆ (สำหรับคนไทยมันอาจจะแย่ก็ได้ กลับไปจะลองทำดู) ฝนตก!! วันนี้ฝนตก ก็เหมือนที่ไทย ก่อนฝนตกอากาศก็ต้องร้อนๆจัดๆ แม่บอกว่า ตอนที่เรียนอยู่ที่อังกฤษคนไทยสอนพูดคำหยาบ เค้าอายๆ แล้วก็พูดออกมา เป็นคำสองพยางค์คำนึง แต่อย่าบอกเลยว่าคำว่าอะไร อีกคำนึง คำนี้ตลก คำว่า พ่อมึงอัปรีย์ ฮ่าๆ เป็นภาษาเมื่อกี่สิบปีที่แล้ว เบนก็ตกใจ ว่าทำไมสอนคำอย่างนี้ แล้วเราก็แปลให้เค้าฟัง ขำกร๊ากกันหมดเลย แต่แม่ก็พยายามจะบอกว่า เค้าภูมิใจที่ เค้าจำได้ เพราะว่า มันเป็นเวลา ๓๐ปีที่แล้ว กับนอกจาก สบายดีหรือ กับ คำหยาบ ๒ คำ ก็ยังมี หนาวมากขอบคุณ แม่เล่าว่า ตอนเค้าอยู่นู่นคนไทยไม่ชินกับอากาศหนาว แล้วเวลาเค้าถามว่า How are you? คนไทยก็จะตอบว่า Very Cold, thank you. ตลกดี แล้วก็แปลเป็นภาษาไทยให้แม่ฟัง แม่ก็จำมาใช้ กินกันเสร็จ เราก็ช่วยกันล้างครัวล้างจาน ทุกคนบอกว่า เบนไม่ต้องทำ เพราะว่า วันนี้เบนทำอาหาร วันนี้ได้โจ๊กรั่วๆของคริสติน่ามา ๒ อย่าง เค้าเรียก Mushrooms ว่า Marshmallow หม้อมันไหม้เพราะว่า เบนใช้หม้อธรรมดาหุงข้าวไม่เป็น มันก็เป็นคราบ เบนพยายามขูดก็ไม่ออก คริสติน่าก็เลยบอกว่าให้แช่น้ำเอาไว้ แล้วเค้าก็นึกคำไม่ออกว่าให้ทิ้งมันไว้ เค้าเลยบอกว่าให้ใส่น้ำไว้ then ..... let it be ทั้งบ้านเลยร้องเพลง let it be แซวไม่หยุดเลย พอๆกับ ทีเรดเมื่อวาน ยังไม่พอ คริสติน่า ดีกว่า ซิลวีโอตรงที่ว่า เค้าไม่ได้อ่าน tired เป็น ทีเรด แต่อ่านว่า ไทเรด ...เออ ดีกว่าครึ่งคำหน่ะ เจ้เอ้ย อิซาเบลเอาเกรดที่โรงเรียนมาสแกนลงคอม สงสัยเอาไปใช้สมัครงาน เห็นว่าเค้าเป็นประเภทเดียวกับเบนเลย โง่เลข เก่งภาษา ฮ่าๆ ได้เกรด ๖ ภาษาอังกฤษทุกเทอม (เกรด ๖ เท่ากับเกรด ๔ บ้านเรา) คริสติน่าเอารูปที่ตัวเองไปเที่ยวสเปนมาโชว์มั่ง โรงแรมดูแย่ๆ มีไปตั้งแคมป์กัน ดูแล้ว ถ้าไปเที่ยวเองคงลำบาก เพราะฉะนั้น จะไปสเปนกรุณาไปทัวร์ ยืมที่ชาร์จแบตโน๊ตบุ้คของคริสติน่ามา เพราะว่า เป็น เอเซอร์เหมือนกัน แล้วเราก็แยกย้ายเข้านอนหละ --จบ ๓ วันด้วยรักและห่วงใยจากสวิตเซอร์แลนด์-- August 08 ลาที ไม่ใช่ลาจากวันนี้ไปไหวพระที่ศาลเจ้าพ่อเสือมา ก็ทำบุญเผื่อปั๋นด้วย
เพราะว่า ปั๋นก็ไปทำบุญที่วัดพระแก้วเหมือนกัน
ครึ้มอกครึ้มใจก็เดินมาที่มนต์นมสดกับม๊า ... เอ๊ะ
นั่นใครหน้าตาคุ้นๆ เฮ่ย เด็ก สก. ไม่รู้จักมั้งงง
เฮ่ย ไอปั๋นแน่ๆ 55+ โคดบังเอิญ ...
แล้วก็กลับมาสยามมาหาเพื่อน เลี้ยงครั้งสุดท้ายแล้ว
รู้สึกดีมากๆเลยวันนี้ อิ่มอกอิ่มใจ รักเพื่อนๆ
กลับมาบ้านก็มาเรียนกับครูดาวครั้งสุดท้าย
อย่าร้องนะครู เด๋วเบนก็กลับแล้ว รักครูครับ
เพื่อนๆก็เหมือนกันนะ รักเพื่อนนะ August 07 จวนเวลากังวล ถึงขั้นวิตกจริตไปเลย
วันเสาร์ครูดาวมาช่วยจัดของ
ได้เทคนิคใหม่ในการม้วนเสื้อผ้า ประหยัดที่ไปเยอะ
ตอนเย็นไปลาอากง,เหล่าม่า แล้วมากินสุกี้.......... >>>>>> รักอากง อาม่า กับเหล่าม่ามากนะคร้าบ
ที่โรงแรมนารายณ์กับอาม่าแล้วก็บ้านเจ็กเหลียง
แล้วก็มีเบอร์บ้านที่สวยมากๆ โทรมา...
ฮาโหล ... นี่ใคร?... นี่โอมๆ!...
เฮ้ยพี่โอม!! ... คุยกันไปนานพอสมควร
ไปแม่งมีคนใช้ด้วยหว่ะ แม่งมีสระว่ายน้ำด้วยหว่ะ
ดีสัด ... ชีวิตกูข้างหน้า 1 ปีแม่งโล่งไปเลย
..คือ มองไม่เห็นเลย ไม่รู้จะเปนยังงัย 55+
กลับมาดูเอเอฟที่ปุยฝ้ายออก ตื่นมา ตอนเที่ยงก็ไปกิน
เลี้ยง ที่หลังสวน กับญาติทางฝ่ายม๊า สนุกสนาน.......... >>>>>> รักอากง อาม่า แล้วก็ทุกๆคน
อี๊จ๋า และทุกคนอย่าร้องไห้ เด๋วเบนก็กลับมาแล้ว
(พิมพ์อยู่ทิชชู่จะหมดม้วนหละ) ไม่ได้ร้องไห้นะ ...
น้ำลายไหล ดูทีวีอยู่ น่ากินสัด ...... บ้าแระ
กลับมาก็ไปซอยผมนิดหน่อยก่อนไปแล้ว
วันจันทร์ไปซอยละลายทรัพย์ไปช็อปกับม๊า
แล้วก็ลอยมาโบนันซ่า ซื้อของครบก็มากิน ยามาเนะ
รอบี แล้วบีก็มาเลยออกมาซื้อหนังสือสูตรอาหารไทย
เล่มหนักอึ้งเผื่อเอาไปทำให้ใครๆกิน...
วันนี้ วันอังคาร ตอนสายก็ออกไปหาเพื่อนที่ รร ตอนพักเที่ยง
แล้วก็ออกมาสีลมมาเปลียนกระเป๋าตังค์ที่อันใหญ่เทอะทะเกิน
แล้วก็กลับมานอนที่บ้าน 1 ตื่น แล้วก็ไป รร อีกที ไปหาเพื่อน
แล้วก็เอาน้องไอซ์กับพิซซี่กลับบ้าน << มันไม่ชอบให้เรียกพิซซี่
แต่กูชอบ ฮาดี... เนอะ
จวนเวลาแล้ว อย่างว่า จะเรียกว่ากลัวรึเปล่ากูก็ไม่รู้ ... อนาคตมันมองไม่เห็นหรอก
วิตกจริตไปแล้วเพื่อนๆ August 04 For The One Who Needs Them..There was a time I packed my dreams away This is my now, I had to decide. This is my now, I have a courage like never before, yeah. ***************************** Grew up in a small town ***************************** Eighteen years had come and gone August 03 Dream In Colour !!Tired of living life in black and white August 02 C'est la vie once again !! Part V ... ชีวิต..จิปาถะวันศุกร์ที่ 20/07/07 ไปรับน้องยีสต์ที่ เซนโย แล้วก็กลับมาบ้านยีสต์แล้วก็เรียกรถต่อมาที่ พระพรหม
จ๋อยๆ ก็เดินตากฝน ไปกินข้าวกัน ที่ Plaza Athene เจ๋งดี
วันอาทิตย์ที่ 22/07/07ก็ไปวัดหลวงพ่อโสธรมา อุโบสถใหม่สวยมาก
ยีสต์กับการต่อสู้กับการซื้อคอมใหม่ .....
หลังจากผ่านพ้นการสอบอันทรหดมาได้ ถึงแม้คะแนนที่ทำไปจะไม่ได้มีผลอะไรเลย
ก็ต้องทำเพราะ Cheating Business ที่ต้องรับผิดชอบ ก็เริ่มชีวิตจิปาถะ ไปเรื่อยๆ
ไปเดินเล่น ไปนู่นไปนี่ ไปเรื่อยๆ ไปดูตั้ดสู้ฟุดรอบที่ 2 แล้วต่อมาก็มีไปสวนรถไฟ กับแป้งจี่
ขวัญ บิว พี่โอม ปราง ผึ้งตูน นั่งๆไป ฝนตก ก็ขี่จักรยานไม่เปนต้อง
ไปซ้อนไอพี่โอมอีกแล้ว รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่ามาก แล้วก็กลับมาร้องเกะกัน 1ชม. เพื่อฆ่าเวลา
หลังจากนั้นก็ไป 80 เพราะน้องๆมีเซอร์ไพรซ์พี่โอม ก็ไปกัน แล้วก็ประทับใจน้องรหัสมาก
ตะโกนบอกน้องๆว่า ให้โทรไปชวนพี่รหัสมางานแต้งค์พี่ น้องวาเอาเสื้อมาให้แล้วก็โทรศัพท์มาชวน
ทั้งๆที่เราก็ยืนอยู่ตรงหน้า บอกว่าก็พี่เบนบอกให้โทร ...รักมากๆ
หลังจากนั้นก็ลอยไปเอสพลานาด ไปหายีสต์ ... พนักงานที่แมคที่หน้าตาน่ารักๆมากๆเลยคราวที่แล้ว
ไปอีกครั้งยีสต์บอกว่าเค้าก็ยังทำงานอยู่แต่ว่า ไม่ได้ไปหาเค้า ... กลับลงมาอีกทีชวดแล้ว ไม่ได้เจอเลย
ไปลองหยอดเหรียญหยิบนาฬิกาในตู้ ... ไม่สำเร็จ เสียไป 10บาท จะดูแฮร์รี่ แต่รอบไม่มีเลยกลับไปนั่ง
เล่นบ้านยีสต์ดีกว่า ... แล้วยีสต์ก็มากับไอเดียคืนตังค์ป๊าม๊า แล้วก็จดหมายให้ม๊า ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ
เป็นอย่างดี ... วันที่ 27/07/07 ไฟลท์ ห้าทุ่มยี่สิบ ,, ตอนบ่ายๆไปเจอยีสต์ที่ ฟอร์จูน ในที่สุด
มึงก็ได้ซื้อโน๊ตบุ้ค ก็ได้เอาวันสุดท้ายที่หละ ฮ่าๆ แล้วก็ไป รร เกาหลี มีคนเวียนๆมาคุย มาอวยพรไม่ขาด
เป็นพวกครูมั่ง พี่ๆมั่ง แล้วก็กลับมาบ้านยีสต์ อยู่กับมึงก่อนไม่เจอกันปีกว่าเลยทีเดียว ไปกินข้าวต้มปลา
แล้วม๊ามึงก็มาส่งกูที่โรงแรมแม่น้ำ (มีกินเลี้ยงค๊อตโต้)
เห็นหน้ามึงครั้งสุดท้ายก่อนกูไปสวิตฯ โชคดีเว่ย ... เพื่อนที่สนิทที่สุดของกู
วันเสาร์ไปดูแฮร์รี่กับพี่โอมที่มาบุญครอง ช่วยแป้งจี่ดูเสื้อ แล้วก็ต่อกันที่ คอนเสิร์ตเอเอฟ
เดินไปหลังธันเดอร์โดม ผ่านห้องแต่งตัว กรี้ดกร้าดกันใหญ่เพือ่นๆเรา เจอพวกเอเอฟแต่งหน้าอยู่
แล้วก็เข้าไปดู ตั๋วยืน ข้างหน้าตรงที่เค้ารออาต้อยเรียกขึ้นไปร้อง คนกรี้ดใส่หู ปวดหัว
คนตะโกน ตะ ตะ ตะ ตะ ตี๋...ตี๋...ตี๋.. ... แล้วแจ๊คก็ออก 555...
พ่อบิวมารับ ไปส่งพี่โอมแล้วก็ส่งเบน ... ขอบคุณพ่อแม่บิวครับ
วันอาทิตย์ไปกินข้าวที่ PanPacific กับอาม่าอากงป๊ากู๋ม๊ากิ๋มซี๊กู๋กิ๋มฝนน้องจีนน้องผิงน้องโอมน้องอาร์ม
แล้วก็ลอยมามื้อเย็นที่ COCO-WALK กับพัดพี่โอมมิวบิว แล้วก็เหลือเบนพัดพี่โอมไปบลูโอ้ต่อ ร้องเกะ
วันจันทร์ที่ 30 ตอนเช้าก็ไปซื้อเสื้อกับน้องขวัญน้องแจมน้องแม็คแล้วก็น้องพิซซ่าที่ชิดลม แล้วก็กลับมากินข้าวที่
ท่าสยาม แล้วก็ไปบ้านน้องแพรทำงาน สไลด์แต๊งค์พี่ แล้วแอร์ก็รั่ว ... กลับบ้านมา พิซซ่ามาเอาเสื้อที่บ้าน
แล้วก็ไปสุวรรณภูมิต่อกับบิว ซื้อเค้กให้พี่โอมเป่าเทียน ที่เอสแอนด์พี แล้วก็ส่งพี่โอมขึ้นเครื่อง ...
เห้นภาพแล้วเอามาเปรียบเทียบกับตัวเองแล้วไม่อยากคิดเลย ทำไมมึงไม่ร้องไห้เสียใจเลยวะ พี่โอม?
วันต่อมาก็ไปประชุมวายเอฟยูที่ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาใหญ่ รัชโยธิน (ไกลเหี้ยเลย)
อยู่ถึงเที่ยง ก็กลับมางานแต้งค์พี่ ไปร้องเกะกัน แล้วก็เปลี่ยนชุด ... ชมพู
โรงแรม Prathumwan Princess หรูหรา จัดงานให้ดีเลย มีร้องเพลง เซ็นต์ชื่อ สไลด์**
แล้วก็เซอร์ไพรซ์ ... ขอบคุณมากนะน้องๆ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ... แด้นซ์ๆๆๆ
กลับบ้านกับเบนซ์ ณ บ้านนนทรี ลงมาหาปั๋น แล้วก็ลงมากินจักรพรรดิ์ แล้วปั๋นมาค้างบ้าน
ตื่นมาก็ไปวัดพระแก้วกัน ... กะจะ เอาวัดโพธิ์ กับศาลหลักเมืองด้วย แต่ไม่ไหว ร้อน
กินข้าวขาหมูกับหมูกรอบ แล้วก็เรียนแทกซี่บึ่งมาที่จุฬา เจอพี่เต็มด้วยหละขวัญ นั่งกินกาแฟ
แล้วก็ไปเล่นเกมยิงๆ เกมใหม่ในพาราก้อน แล้วก็กลับมาบ้าน แล้วก็ไปช็อปต่อกับม๊าที่แพลตินัม
ของรวมกันเกิน 2โล เยอะมาก เสียไปเยอะด้วย เจอลุงคนนึงขายของโคดเก่ง แนะนำดีมาก
ขายเสื้อผ้ากันหนาวส่งลูกเรียนอังกฤษ ..เชื่อมั้ยหละ? 55+ กินหมี่ปูร้านสว่างไป 2 ชาม
พิมพ์มาถึงนี่ก็เหนื่อยมาก...
พอ... จะเช้าแล้วเพื่อนๆ พรุ่งนี้จะไปหาที่ รร. ตอนเที่ยง |
|
|